วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2558

รวมพลัง หยุดความรุนแรงสตรี

โดย 
|
สตรีห่างไกล เท่าเทียมชายภาวะผู้นำ thaihealth
สตรีจังหวัดบึงกาฬประมาณ 3 พันเดินรณรงค์รวมพลังสตรีสร้างความปรองดองร้องหยุดความรุนแรงต่อสตรี
กลุ่มพลังสตรีจาก 8 อำเภอของจังหวัดบึงกาฬกว่า 3 พันคนร่วมกันเดินรณรงค์ เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ เพื่อรวมพลังองค์กรสตรี สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ยุติความรุนแรงต่อสตรี การถูกเอารัดเอาเปรียบ กดขี่ข่มเหง ค่าจ้างแรงงานต่ำ และถูกมองว่าเป็นเพศที่อ่อนแอ พร้อมเรียกร้องให้การปฏิรูปประเทศที่กำลังขับเคลื่อนขณะนี้ สร้างความเสมอภาคระหว่างชายและหญิง แสดงพลังให้สตรีทั่วโลกได้ลุกขึ้นมาปกป้องความเป็นสตรีให้มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกับชาย ให้เกิดการยอมรับความเท่าเทียมกัน
เนื่องจากวันที่ 8 มีนาคมของทุกปีองค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็น “วันสตรีสากล” มติที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดบึงกาฬ ได้กำหนดให้มีการจัดงาน “วันสตรีสากล” ประจำปี 2558 ขึ้นภายใต้ชื่อ มหกรรมรวมพลังองค์กรสตรี สร้างความปรองดองสมานฉันท์ เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2558 เพื่อให้สตรีจังหวัดบึงกาฬรวมตัวกันแสดงพลังในวันสตรีสากล ซึ่งเมื่อก่อนสตรีจะถูกเอารัดเอาเปรียบ กดขี่ข่มเหง ค่าจ้างแรงงานต่ำ และถูกมองว่าเป็นเพศที่อ่อนแอ จนกระทั่งสตรีจำนวนหนึ่งได้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพของตนเอง
พร้อมให้สตรีทั่วโลกได้ลุกขึ้นมาปกป้องความเป็นสตรีให้มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกับชาย จนเกิดการยอมรับความเท่าเทียมกันจนถึงปัจจุบัน และการจัดงานในวันนี้มีสตรีจังหวัดบึงกาฬทั้ง 8 อำเภอประมาณ 2,000 คนมาร่วมงานและเดินรณรงค์แสดงพลังของสตรีจังหวัดบึงกาฬให้ทุกคนได้เห็นถึงพลังและศักยภาพของสตรีจังหวัดบึงกาฬซึ่งไม่แพ้สตรีอื่นใดในโลก

 link
ที่มา: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

กิน‘ส้มตำปูปลาร้า‘ หน้าร้อนต้องระวัง

โดย 
‘ส้มตำปูปลาร้า‘ กับเชื้อก่อโรค thaihealth
ส้มตำ อาหารไทยยอดนิยมที่ติด 1 ใน 50 ของอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกจากการสำรวจของเว็บไซต์ CNN go เมื่อปี 2554 ทำให้วันนี้ส้มตำเป็นเมนูที่ชาวต่างชาตินิยมรับประทานอย่างเป็นล่ำเป็นสัน อาจเพราะปัจจุบันพ่อค้าหันมาปรับรสชาติ และเพิ่มส่วนประกอบให้ทานง่ายขึ้น เช่น ส้มตำไข่เค็ม ส้มตำหมูย่าง ส้มตำไก่ย่าง เป็นต้น
แต่ก็ยังไม่สามารถแทนที่ส้มตำดั้งเดิมที่มีแค่ปู-ปลาร้าได้ ซึ่งจะอร่อยหรือไม่ขึ้นอยู่กับส่วนผสมและวัตถุดิบที่ใส่อย่างปูและปลาร้า ปลาร้าที่มีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม ไม่เค็มเกินไป นำมาปรุงรสที่เป็นเคล็ดลับของแต่ละร้าน ต้มจนสุกจะได้น้ำปลาร้าปรุงสำเร็จ
ที่สำคัญ ต้องเป็นน้ำปลาร้าที่สะอาดและปลอดภัยจากเชื้อโรคที่ทำให้ท้องเสีย หรืออาหารเป็นพิษ เช่น เชื้อสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส ที่อาจปนเปื้อนมากับวัตถุดิบที่ต้องสัมผัสกับมือผู้ปรุง ผู้ขาย ทั้งวัตถุดิบหลัก มะละกอ ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ และผักที่เป็นเครื่องเคียง เช่น ผักบุ้ง กะหล่ำปลี
อาหารที่ต้องสัมผัสกับมือคนโดยไม่ผ่านความร้อนก่อนรับประทาน ต้องระวัง เพราะสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส เป็นเชื้อที่สามารถสร้างสารพิษที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ ทนความร้อน
ฉะนั้น ผู้ที่ชื่นชอบส้มตำต้องระวังอย่างยิ่งยวด เพราะเป็นอาหารที่ไม่ผ่านความร้อนเลยยกเว้นปลาร้าต้มสุก ถ้าร้านไหนไม่มีการต้มน้ำปลาร้าก็ให้หลีกเลี่ยง ไม่เช่นนั้นอาจต้องล้มหมอนนอนเสื่อกับโรคอาหารเป็นพิษได้ ซึ่งทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง อ่อนเพลีย ในรายที่รุนแรงอาจมีอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ
สถาบันอาหาร ได้ทำการสุ่มตัวอย่าง ส้มตำปู-ปลาร้า เพื่อวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของเชื้อดังกล่าว ผลปรากฏว่ามี 1 ตัวอย่าง ที่พบเชื้อชนิดนี้ปนเปื้อน แต่ปริมาณที่พบยังไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่กำหนดให้อาหารพร้อมบริโภคพบเชื้อสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส ปนเปื้อนได้ไม่เกิน 100 ซีเอฟยู/กรัม
ขอแนะว่าหน้าร้อนอย่างนี้ไม่ควรใช้ชีวิตอย่างประมาท เลือกซื้อส้มตำจากร้านที่มั่นใจในเรื่องความสะอาด และใช้ปลาร้าต้มสุกจะดีกว่า


ที่มา: เว็บไซต์ไทยรัฐ
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

วันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2558

สวีเดน` ดีที่สุด สำหรับ `วัยเกษียณ`

ภายในปี 2573 หนึ่งในสี่ของประชากรโลกราว 1.4 พันล้านคน ชาวยุโรปจะมีอายุ 60 ปี หรือมากกว่านั้น ในขณะที่ตัวเลขของชาวแอฟริกันจะอยู่ที่เพียงแค่ร้อยละ 6 เท่านั้น
สวีเดน คือประเทศที่น่าอยู่ที่สุดตาม 'ตัวชี้วัด' ขององค์กรการกุศลของประเทศอังกฤษอย่าง helpage international โดยระบุตัวชี้วัดไว้ 4 ตัว ได้แก่ ความมั่นคงทางรายได้ สุขภาพ การจ้างงานและการศึกษา รวมถึงสิ่งแวดล้อมทางสังคม
ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าส่วนใหญ่จะเป็นประเทศร่ำรวยที่สามารถบรรลุตัวชี้วัดเหล่านี้ได้ อีกทั้ง ตัวชี้วัดทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศร่ำรวยในการพัฒนาประเทศโดยรวม เพราะในอนาคตประเทศร่ำรวยจะมีจำนวนผู้สูงอายุมากที่สุด
เมื่อเปรียบเทียบตัวชี้วัดกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีแล้ว พบว่า แม้ประเทศที่มีระดับการพัฒนาเศรษฐกิจและทางสังคมที่คล้ายกัน แต่กลับมีประสบการณ์ในเรื่องผู้สูงอายุที่แตกต่างกัน โดยที่ประเทศเกาหลีใต้ได้คะแนนต่ำกว่าสเปนและอิตาลี ทั้งที่ระดับจีดีพีมีความเท่าเทียมกันกับสองประเทศ ขณะที่นิวซีแลนด์ได้คะแนนสูงเป็นสองเท่า
ในบางกรณีประเทศยากจนสามารถเป็นบทเรียนให้แก่ประเทศร่ำรวยได้ เช่น ผู้สูงอายุในประเทศศรีลังกา โบลิเวีย และมอริเชียส มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า กรีซ ตุรกี และรัสเซีย นอกจากนี้ ความแตกต่างของตัวเลขผู้สูงอายุในเชิงภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นด้วย กล่าวคือ ภายในปี 2573 หนึ่งในสี่ของชาวยุโรปจะมีอายุ 60 ปี หรือมากกว่า ในขณะที่ตัวเลขของชาวแอฟริกันจะอยู่ที่เพียงแค่ร้อยละ 6 เท่านั้น


ที่มา : http://www.economist.com/blogs/graphicdetail/2013/10/daily-chart